แตการฝกฝนของสิกขากวางไกลดวยวินัยที่จัดตั้งวางระบบขยายออกไปไมจบ

ตอไปนี้เปนเพียงคําอธิบายเบ็ดเตล็ด เพื่อย้ำบาง เสริมบาง ในบางจุดบางแงของเรื่องมรรค กับสิกขา

ไตรสิกขานั้นถือกันวาเปนระบบการปฏิบัติธรรมที่ครบถวนสมบูรณ มีขอบเขตครอบคลุมมรรคทั้งหมด เปนการฝกหรือเปนระบบปฏิบัติการที่จะใหเนื้อหาของมรรคเกิดมีเปนจริงขึ้นจนกระทั่งบริบูรณ จึงเปนหมวด ธรรมมาตรฐาน สําหรับแสดงหลักการปฏิบัติธรรม และมักใชเปนแมบทในการบรรยายวิธีปฏิบัติธรรม

ขอย้ำคําวา “มรรคมีองค์ ๘” มีความหมายชัดเจนอยูแลววา หมายถึงทางสายเดียว มีสวนประกอบ ๘ อยาง เปรียบเหมือนทางหลวงที่สมบูรณ ตองมีอะไรหลายอยางประกอบกันเขาจึงสําเร็จเปนถนนได เชน มีดิน กรวด ทราย หิน ลูกรัง ยาง หรือคอนกรีต เปนชั้นลําดับขึ้นมา จนถึงผิวทาง รวมเปนตัวถนนหรือพื้นถนน มีขอบ คัน เสนแนว ความเอียงเทของที่ลาดชันโคงเลี้ยว มีสัญญาณ เครื่องหมาย ปายบอกทิศทาง ระยะทาง และ สถานที่เปนตน ตลอดจนแผนที่ทางและโคมไฟในยามค่ำคืน

ถนนประกอบดวยสวนประกอบเหลานี้ทั้งหมด และผูขับรถเดินทาง ยอมอาศัยสวนประกอบเหลานี้ทุก อยางไปพรอมๆ กัน ฉันใด มรรคก็ประกอบขึ้นดวยองค ๘ ประการรวมกัน และผูปฏิบัติธรรม ก็ตองใชองคทั้ง ๘ ของมรรคเนื่องไปดวยกันโดยตลอด ฉันนั้น

ทั้งนี้ โดยจัด สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ เขาเปนหมวดศีล เหมือนดังจัดกองดินที่กอ แนนขึ้นพรอมทั้งหินกรวดทรายวัสดุผิวจราจรที่เปนตัวถนนหรือพื้นถนนเขาเปนพวกหนึ่ง จัดสัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ เขาเปนหมวดสมาธิ เหมือนดังจัดขอบกั้น คันถนน เสนแนวโคงเลี้ยว เปนตน ที่เปน เครื่องกํากับแนวถนน เปนพวกหนึ่ง จัดสัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ เขาเปนหมวดปัญญา เหมือนดังจัด สัญญาณ เครื่องหมาย ปาย โคมไฟ เปนตน เปนอีกพวกหนึ่ง

ทานจึงจัดองคทั้ง ๘ ของมรรคนันเปน ๓ ขันธ คือ ๓ หมวด คือ ศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ และ ปัญญาขันธ์ แตการจัดแบบธรรมขันธ ๓ นั้น มุงเพียงใหเห็นองคธรรมเปนหมวดหมูตามประเภท สวนการจัดเปนสิกขา ๓ ไตรสิกขานี้ มุงใหเห็นลําดับในกระบวนการปฏิบัติ หรือใชงานจริง

คําวา ไตรสิกขา แปลวา สิกขา ๓ คําวา สิกขา แปลวา การศึกษา การสําเหนียก การฝก ฝกหัด ฝกปรือ ฝกอบรม ไดแกขอปฏิบัติที่เปนหลักสําหรับฝกอบรมพัฒนากายวาจา จิตใจ และปญญา ใหเจริญงอกงาม ยิ่งขึ้นไปจนบรรลุจุดหมายสูงสุด คือความหลุดพน หรือนิพพาน สิกขา ๓ มีความหมายที่พูดคราวๆ อีกทีดังนี้

๑. อธิศีลสิกขา การฝกศึกษาในดานความประพฤติ ระเบียบวินัย ใหมีสุจริตทางกายวาจาและอาชีวะ

๒. อธิจิตตสิกขา การฝกศึกษาทางจิตใจ พัฒนาคุณธรรม สรางความสุข เสริมคุณภาพจิต และรูจักใช ความสามารถในกระบวนสมาธิ

๓. อธิปัญญาสิกขา การฝกศึกษาทางปญญาอยางสูง ทําใหเกิดความรูแจงที่สามารถชําระจิตให บริสุทธิ์หลุดพนโดยสมบูรณ เปนอิสระไรทุกขสิ้นเชิง

เกี่ยวกับพุทธธรรมออนไลน์ (Disclaimer)
"เนื้อหาที่เผยแพร่ในระบบ "พุทธธรรม ออนไลน์" นี้ เป็นเนื้อหาที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมหลังการพิมพ์ครั้งที่ ๕๓ เพื่อช่วยในการศึกษาค้นคว้าของผู้สนใจ โดยยังมิได้ผ่านการตรวจสอบของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ประกอบกับหนังสือพุทธธรรมนี้ มีการปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นระยะ แม้ระบบ "พุทธธรรม ออนไลน์" พยายามปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด ผู้ศึกษาก็พึงตรวจสอบกับตัวเล่มหนังสือต้นฉบับ ที่มีการพิมพ์ครั้งล่าสุด ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง"

  |     |   แจ้งข้อผิดพลาด / แนะนำ